Wiki

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ ชั้น 5
พระองค์เจ้าชั้นเอก
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระอนุสาวรีย์ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ที่วังนางเลิ้งเดิม (ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ศูนย์พณิชยการพระนคร)

เสด็จกลับประเทศไทย ในวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2443 จึงได้รับพระราชทานยศเป็น นายเรือโท (ปัจจุบันเทียบเท่า นาวาตรี) ทรงได้รับการเฉลิมพระอิสริยยศเป็นพระองค์เจ้าต่างกรมที่ “กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์” ดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการกรมทหารเรือ และทรงดำรงตำแหน่ง เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ ใน พ.ศ. 2449 พระองค์ได้ทรงแก้ไขปรับปรุงระเบียบการในโรงเรียนนายเรือ ทรงเป็นครูสอนนักเรียนนายเรือ ทรงจัดเพิ่มเติมวิชาสำคัญสำหรับชาวเรือ เพื่อให้เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว สามารถเดินเรือทางไกลในทะเลน้ำลึกได้ คือวิชาดาราศาสตร์ ตรีโกณมิติ พีชคณิต อุทกศาสตร์ การเดินเรือเรขาคณิต

ทรงเป็นเรี่ยวแรงสำคัญที่ทำให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเห็นความสำคัญและโปรดเกล้าฯ พระราชทาน พระราชวังเดิม ให้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนนายเรือ เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2449 ทำให้กิจการทหารเรือมีรากฐานมั่นคง และกองทัพเรือจึงยึดถือวันดังกล่าวของทุกปีเป็น “วันกองทัพเรือ”

นอกจากนี้ยังทรงดำรงตำแหน่งองคมนตรีในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

พ.ศ. 2454 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดให้พระองค์ออกจากราชการอยู่ชั่วระยะหนึ่ง ได้ทรงศึกษาวิชาแพทย์แผนโบราณ จากตำราไทย ทรงเขียนตำราสมุดข่อยด้วยฝีพระหัตถ์ของพระองค์เอง และรับรักษาโรคให้ประชาชนทั่วไปโดยไม่คิดมูลค่า ทรงคิดแต่เพียงค่าครูเท่านั้น ทรงเรียกพระองค์เองว่า “หมอพร”

พ.ศ. 2460 ประเทศไทยได้เข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง และกองทัพเรือยังขาดผู้มีความรู้ความสามารถ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหมื่นชุมพรเขตร์อุดมศักดิ์ เสด็จกลับเข้ารับราชการในตำแหน่ง จเรทหารเรือ และดำรงตำแหน่ง เสนาธิการทหารเรือ

พ.ศ. 2462 ทรงได้รับแต่งตั้งให้เป็นข้าหลวงพิเศษออกไปจัดหาซื้อเรือในภาคพื้นยุโรป เรือที่จะจัดซื้อนี้ได้รับพระราชทานนามว่า “เรือรบหลวงพระร่วง” ทรงเป็นผู้บังคับการเรือ นำเรือรบหลวงพระร่วงเดินเรือข้ามทวีปจากประเทศอังกฤษ เข้ามายังกรุงเทพมหานคร ด้วยพระองค์เอง

พ.ศ. 2463 มีพระบรมราชโองการให้เลื่อนพระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ขึ้นเป็นกรมหลวงมีพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ สิงหนาม ทรงศักดินา ๑๕๐๐๐ ฯลฯ (คำ “เขตร” ในพระนามเปลี่ยนเป็น “เขต” ด้วย)

ทรงเป็นนักยุทธศาสตร์ที่เล็งเห็นการไกล พระองค์ได้ทูลเกล้าฯ ขอพระราชทานที่ดินบริเวณอำเภอสัตหีบ สร้างเป็นฐานทัพเรือ เมื่อ พ.ศ. 2465 เนื่องจากทรงเห็นว่า อ่าวสัตหีบเป็นอ่าวที่มีขนาดใหญ่ น้ำลึกเหมาะแก่การฝึกซ้อมยิงตอร์ปิโด มีเกาะน้อยใหญ่รายล้อม สามารถบังคับคลื่นลมได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้เมื่อเรือภายนอกแล่นผ่านบริเวณนี้จะไม่สามารถมองเห็นฐานทัพได้เลย

วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2466 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เสด็จในกรมฯ ทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงทหารเรือต่อจากจอมพลเรือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต นับเป็นตำแหน่งทางราชการตำแหน่งสุดท้ายในพระชนม์ชีพของพระองค์

สิ้นพระชนม์

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ศาลพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ที่หาดทรายรี ตำบลหาดทรายรี อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร ซึ่งชาวชุมพรได้สร้างขึ้นเป็นอนุสรณ์แห่งการสิ้นพระชนม์ของพระองค์

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระโกศทรงพระศพ พลเรือเอกสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ประดิษฐานในการบำเพ็ญกุศลถวายพระศพ ณ วังนางเลิ้ง

หลังจากทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงทหารเรือได้ไม่นาน พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ได้กราบถวายบังคมลาเพื่อเสด็จออกไปรักษาพระองค์ (ลาป่วย) ณ มณฑลสุราษฎร์ เป็นเวลา 1 เดือน เนื่องจากประชวรเรื้อรังด้วยโรคประจำพระองค์มาเป็นเวลานาน โดยประทับพักรักษาพระองค์อยู่ที่ตำบลหาดทรายรี อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร ระหว่างนั้นทรงถูกฝนและประชวรด้วยพระโรคไข้หวัดใหญ่ พระอาการได้ทรุดลงอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2466 เวลา 11 นาฬิกา 40 นาที สิริพระชันษา 42 ปี 151 วัน มีพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2466 ณ พระเมรุ ท้องสนามหลวง

กองทัพเรือไทยได้ถือเอาวันที่ 19 พฤษภาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของพระองค์ เป็น “วันอาภากร”

มวยไทย


กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ทรงเป็นผู้มีความสามารถด้านมวยไทย และในสมัยรัชกาลที่ 6 ทรงเป็นผู้ฝึกสอนให้กับนักมวยต่างจังหวัด ทั้ง นายทับ จำเกาะ, นายยัง หาญทะเล, นายตู้ ไทยประเสริฐ และนายพูน ศักดา ซึ่งเป็นนักมวยที่มีฝีมือชาวโคราช

งานศิลปะ


กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ยังมีความสามารถในด้านศิลปะ โดยพระองค์ได้ทรงเขียนภาพพุทธประวัติไว้ที่ผนังโบสถ์ของวัดปากคลองมะขามเฒ่า อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท อันเป็นภาพเหตุการณ์ที่พระโคตมพุทธเจ้าทรงพบปัญจวัคคีย์ ซึ่งเป็นผลงานที่ยังคงปรากฏสืบมาจนถึงปัจจุบัน และได้รับการกล่าวขานว่าเป็นผลงานที่มีความละเอียดอ่อนลึกซึ้ง

งานพระนิพนธ์


  • เพลงดอกประดู่ (เพลงสัญลักษณ์ของกองทัพเรือไทย)
  • เพลงเดินหน้า (เดิมแบ่งเป็น 2 เพลง ชื่อ “เกิดมาทั้งทีมันก็ดีอยู่แต่เมื่อเป็น” และ “เกิดมาทั้งทีมันก็มีอยู่แต่ทุกข์ภัย”) สันนิษฐานว่าทรงพระนิพนธ์ขึ้นในช่วงที่ทรงออกจากราชการในสมัยต้นรัชกาลที่ 6
  • เพลงดาบของชาติ ทรงพระนิพนธ์ไว้เป็นโคลงสี่สุภาพ
  • เพลงสรรเสริญพระบารมี สำนวนขับร้องของทหารเรือ (ขึ้นต้นว่า “ข้าวรพุทธเจ้า เหล่ายุทธพลนาวา…”)
  • พระคัมภีร์ อติสาระวรรค โบราณะกรรม และปัจจุบันนะกรรม เป็นสมุดข่อยตำราแพทย์ไทยแผนโบราณที่ทรงเขียนด้วยพระองค์เองเมื่อ พ.ศ. 2458

ชีวิตส่วนพระองค์


ทางด้านชีวิตส่วนพระองค์อภิเษกสมรสกับ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทิพยสัมพันธ์ พระธิดาในสมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2443 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ กรุณาพระราชทานน้ำสังข์ในพิธีอภิเษกสมรส ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง
แต่ในภายหลัง พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทิพยสัมพันธ์ ทรงน้อยพระทัยพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ และปลงชีพพระองค์เองด้วยยาพิษ

พระโอรสพระธิดา


พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ตราประจำราชสกุลอาภากร

พระองค์มีพระโอรสและพระธิดา ดังนี้:

ประสูติแต่พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทิพยสัมพันธ์
  • หม่อมเจ้าเกียรติอาภากร ประสูติและถึงชีพิตักษัยในวันเดียวกัน ประมาณปี พ.ศ. 2446
  • พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา (24 กรกฎาคม พ.ศ. 2447 – 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2489) เสกสมรสกับหม่อมกอบแก้ว อาภากร ณ อยุธยา (สกุลเดิม วิเศษกุล)
  • พลอากาศโท หม่อมเจ้ารังษิยากร อาภากร (11 สิงหาคม พ.ศ. 2449 – 30 ธันวาคม พ.ศ. 2508) เสกสมรสกับหม่อมราชวงศ์ไพเราะ กฤดากร
    • หม่อมราชวงศ์ทิพไพเราะ อาภากร สมรสกับสุคนธ์ ศรโชติ
    • หม่อมราชวงศ์ดารณี อาภากร สมรสกับพลตำรวจตรี นายแพทย์วิบูลย์ วัฒนายากร
    • หม่อมราชวงศ์ชัยกร อาภากร
ประสูติแต่หม่อมกิม อาภากร ณ อยุธยา ธิดานายตั๊น ซุ่นเพียว
  • จารุพัตรา ศุภชลาศัย (29 พฤษภาคม พ.ศ. 2447 – 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2516) ทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์เพื่อสมรสกับหลวงศุภชลาศัย (บุง ศุภชลาศัย)
    • อาภา ศุภชลาศัย สมรสกับหม่อมราชวงศ์สุทธิสวาสดิ์ กฤดากร
    • ภากร ศุภชลาศัย สมรสกับอัจฉรา เสนีวงศ์ ณ อยุธยา
    • จารุพันธุ์ ศุภชลาศัย สมรสกับดุษณี วสุธาร
    • พรศุภศรี ศุภชลาศัย สมรสกับศรีศักดิ์ จามรมาน
    • พัตราพร ศุภชลาศัย สมรสกับธนชัย จารุศร
  • เริงจิตร์แจรง อาภากร (7 มิถุนายน พ.ศ. 2448 – 19 สิงหาคม พ.ศ. 2536) เสกสมรสกับหม่อมเจ้าไขแสงรพี รพีพัฒน์ ต่อมาทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์เพื่อสมรสกับพระจักรานุกรกิจ (วงศ์ สุจริตกุล)
    • หม่อมราชวงศ์เติมแสงไข รพีพัฒน์ สมรสกับปรีดา กรรณสูต
  • หม่อมเจ้าสุคนธ์จรุง อาภากร (3 ธันวาคม พ.ศ. 2449 – 2 มีนาคม พ.ศ. 2451)
หม่อมแฉล้ม อาภากร ณ อยุธยา ธิดานายเต็กสิน
  • ศิริมาบังอร เหรียญสุวรรณ (6 มิถุนายน พ.ศ. 2447 – 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518) ทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์เพื่อสมรสกับสถาพร เหรียญสุวรรณ
  • พันเอก นายแพทย์ หม่อมเจ้าดำแคงฤทธิ์ อาภากร (24 ตุลาคม พ.ศ. 2448 – 9 กันยายน พ.ศ. 2505) เสกสมรสกับหม่อมอรุณ อาภากร ณ อยุธยา (สกุลเดิม สารสิน)
    • ร้อยเอก หม่อมราชวงศ์สิทธิ อาภากร สมรสกับคมขำ อาภากร ณ อยุธยา (สกุลเดิม วุฒิยากร)
    • หม่อมราชวงศ์อิทธินันท์ อาภากร สมรสกับสุภาวดี อาภากร ณ อยุธยา (สกุลเดิม แพ่งสภา)
    • หม่อมราชวงศ์อภิเดช อาภากร สมรสกับกอบกุล อาภากร ณ อยุธยา (สกุลเดิม รัตนสุวรรณ)

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หม่อมเจ้าสมรบำเทอง อาภากร

ประสูติแต่หม่อมเมี้ยน อาภากร ณ อยุธยา ธิดาหลวงพรหมภักดี เป็นพี่สาวของหม่อมแจ่ม
  • ว่าที่นายเรือเอก หม่อมเจ้าสมรบำเทอง อาภากร (19 พฤษภาคม พ.ศ. 2448 – 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2473)
ประสูติแต่หม่อมช้อย อาภากร ณ อยุธยา (สกุลเดิม วิจิตรานุช)
ธิดาหลวงอำนาจณรงค์ราญ (ปุย วิจิตรานุช)
  • พลเรือเอก หม่อมเจ้าครรชิตพล อาภากร (22 พฤษภาคม พ.ศ. 2449 – 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2509) เสกสมรสกับหม่อมเจ้าดวงทิพย์โชติแจ้งหล้า อาภากร (ราชสกุลเดิม รพีพัฒน์)
    • หม่อมราชวงศ์ชาย (ถึงแก่กรรมแต่วัยเยาว์)
    • หม่อมราชวงศ์ทิพภากร อาภากร สมรสกับหม่อมราชวงศ์วิบูลย์เกียรติ วรวรรณ
    • หม่อมราชวงศ์ชาย(ไม่ปรากฏนาม)
    • หม่อมราชวงศ์ชาย(ไม่ปรากฏนาม)
    • หม่อมราชวงศ์พรระพี อาภากร สมรสและหย่ากับอุมาพร ศุภสมุทร แล้วสมรสใหม่กับองค์อร อาภากร ณ อยุธยา (สกุลเดิม เลอลพ)
ประสูติแต่หม่อมแจ่ม อาภากร ณ อยุธยา ธิดาหลวงพรหมภักดี เป็นน้องสาวของหม่อมเมี้ยน
  • หม่อมเจ้ารุจยากร อาภากร (19 เมษายน พ.ศ. 2459 – 30 ตุลาคม พ.ศ. 2549) เสกสมรสกับปอง สุขุม, มานิดา โมชดารา และจิริณี พหิธานุกร
    • หม่อมราชวงศ์รุจยา อาภากร สมรสและหย่ากับน้ำเพ็ชร พานิชพันธ์
    • หม่อมราชวงศ์จิยากร อาภากร สมรสกับพยุงศักดิ์ เสสะเวช
    • หม่อมราชวงศ์รุจยาภา อาภากร สมรสกับประทุมพร อาภากร ณ อยุธยา (สกุลเดิม ฐปนางกูร)
    • หม่อมราชวงศ์รุจยารักษ์ อาภากร สมรสกับจุฑามาศ อาภากร ณ อยุธยา (สกุลเดิม เข็มทอง)
    • หม่อมราชวงศ์ชาย(ไม่ปรากฏนาม)
หม่อมลินจง อาภากร ณ อยุธยา (สกุลเดิม บุนนาค)
ธิดาพระยาสุริยานุวัตร (เกิด บุนนาค) กับคุณหญิงลิ้นจี่ (ซึ่งหม่อมลินจง บุนนาคได้รู้จักคุ้นเคยกับพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ ตั้งแต่ครั้งยังประทับอยู่ต่างประเทศ) โดยหม่อมลินจงเป็นญาติกับเจ้าจอมมารดาโหมด ในรัชกาลที่ 5 เจ้าจอมมารดาของเสด็จในกรม หม่อมลินจงอาจมีอีกนามหนึ่งว่าหม่อมเดซี่ เนื่องจากเป็นสตรีซึ่งทรงเคยรู้จักสนิทสนมมาตั้งแต่ประทับอยู่ต่างประเทศเช่นกัน

พระเกียรติยศ


พระอิสริยยศ

  • พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ (19 ธันวาคม พ.ศ. 2423 – 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2447)
  • พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ (20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2447 – 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453)
  • พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ (23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 – 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2463)
  • พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ (11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2463 – 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2478)
  • พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ (10 กรกฎาคม พ.ศ. 2478)

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ในประเทศ

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  • พ.ศ. 2443 – พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ (ม.จ.ก.) (ฝ่ายหน้า)
  • พ.ศ. 2463 – พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นโบราณมงคลนพรัตนราชวราภรณ์ (น.ร.) (ฝ่ายหน้า)
  • พ.ศ. 2443 – พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นที่ 1 ปฐมจุลจอมเกล้าวิเศษ (ป.จ.ว.)
  • พ.ศ. 2464 – พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เครื่องราชอิสริยาภรณ์รัตนวราภรณ์ (ร.ว.)‎ (ฝ่ายหน้า)
  • พ.ศ. 2440 – พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นที่ 1 ปฐมจุลจอมเกล้า (ป.จ.) (ฝ่ายหน้า)
  • พ.ศ. 2461 – พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นที่ 1 ประถมาภรณ์ช้างเผือก (ป.ช.)
  • พ.ศ. 2448 – พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นที่ 1 ประถมาภรณ์มงกุฎไทย (ป.ม.)
  • พ.ศ. 2461 – พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดี ชั้นที่ 2 มหาโยธิน (ม.ร.)
  • พ.ศ. 2444 – พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 5 ชั้นที่ 2 (จ.ป.ร.2)
  • พ.ศ. ไม่ปรากฏ – พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 6 ชั้นที่ 1 (ว.ป.ร.1)
  • พ.ศ. 2443 – พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา (ร.ด.ม.(ศ))
  • พ.ศ. ไม่ปรากฏ – พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เหรียญจักรมาลา (ร.จ.ม.)

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ

  • พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เครื่องราชอิสริยาภรณ์นักบุญมอริซและลาซารัส ชั้นที่ 1, ประเทศอิตาลี
  • พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เครื่องราชอิสริยาภรณ์อาทิตย์อุทัย ชั้นที่1 ประเทศญี่ปุ่น

พระสมัญญานาม

  • พระบิดาแห่งกองทัพเรือไทย

พระยศ


นายพลเรือเอก นายกองโท
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
รับใช้ กองทัพเรือสยาม
กองเสือป่า
ชั้นยศ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พลเรือเอก
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ นายกองโท

พระยศทหาร

  • นายพลเรือเอก

พระยศเสือป่า

  • นายหมู่ใหญ่
  • นายกองตรี
  • นายกองโท

ราชตระกูล


พระราชตระกูลในสามรุ่นของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
พระชนก:
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระอัยกาฝ่ายพระชนก:
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระปัยกาฝ่ายพระชนก:
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
พระปัยยิกาฝ่ายพระชนก:
สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี
พระอัยยิกาฝ่ายพระชนก:
สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี
พระปัยกาฝ่ายพระชนก:
สมเด็จพระบรมราชมาตามหัยกาเธอ กรมหมื่นมาตยาพิทักษ์
พระปัยยิกาฝ่ายพระชนก:
หม่อมน้อย
พระชนนี:
เจ้าจอมมารดาโหมด ในรัชกาลที่ 5
พระอัยกาฝ่ายพระชนนี:
เจ้าพระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค)
พระปัยกาฝ่ายพระชนนี:
สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค)
พระปัยยิกาฝ่ายพระชนนี:
ท่านผู้หญิงกลิ่น
พระอัยยิกาฝ่ายพระชนนี:
ท่านผู้หญิงอิ่ม
พระปัยกาฝ่ายพระชนนี:
ไม่มีข้อมูล
พระปัยยิกาฝ่ายพระชนนี:
ไม่มีข้อมูล

Related Articles

Check Also
Close
Back to top button