เด็ก

นิทานชาดก : กระต่ายผู้สละชีวิต

ภาพประกอบโดย vecteezy.com

เหยื่อกระต่าย

ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่วัดเชตวัน ที่เมืองสาวัตถีเทศน์เรื่องการแสดงของพ่อค้าเจ้าถิ่น

กาลครั้งหนึ่งพระโพธิสัตว์เกิดเป็นกระต่ายและอาศัยอยู่ในป่าที่ล้อมรอบด้วยหุบเขาและแม่น้ำ มีสหายสัตว์อยู่ 3 ตัว: ลิง จิ้งจอก และบีเวอร์ สัตว์ทั้ง 4 ตัวเป็นสัตว์ที่มีศีลธรรม ทุกเย็นพวกเขาจะพบและฟังคำเทศนาของกระต่าย

วันหนึ่งกระต่ายมองดูดวงจันทร์ โดยรู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นวันถือศีลอดของพระพุทธเจ้า และเทศน์ว่า “พรุ่งนี้เราจะรวมตัวกันเพื่อเก็บชะรีอะฮ์และบิณฑบาตเพราะเรามีประโยชน์มากมาย ดังนั้นจงเตรียมอาหารเพื่อแบ่งปันกับขอทาน” สัตว์ร้ายทั้งสามยอมรับคำพูดของพวกเขาและกลับไปยังที่ของตน

วันรุ่งขึ้นฮันเตอร์จับปลาทองได้เจ็ดตัว ปลูกไว้ในทราย และข้ามน้ำต่อไป บีเวอร์ที่หาอาหารได้ดมกลิ่นของปลาและร้องไห้สามครั้ง โดยตระหนักว่าไม่มีเจ้าของ จึงนำปลาทั้งเจ็ดตัวไปยังที่ของมัน

ส่วนลิงในป่าไปเอามะม่วงกลับภูมิลำเนา ส่วนกระต่ายที่เลี้ยงไว้ที่บ้านอย่าออกไปหาอาหารกิน คิดจะสละชีวิตให้กิน “ถ้าใครขออาหารเราไม่มีเมล็ดงาและข้าว และเราจะให้เนื้อของเราแก่เขา” พอคิดได้ก็ผล็อยหลับไป

ด้วยอานุภาพแห่งศีลของกระต่าย บัลลังก์ของเท้าพ่อมดจึงพองโต จึงเสด็จลงไปพิสูจน์ความดีของสัตว์เดรัจฉาน ๔ ประการ โดยแปลงร่างเป็นพราหมณ์ไปอาศัยในเรือนบีเวอร์ก่อน ขออาหารบีเวอร์ แล้วบีเวอร์ก็พูดว่า “พราหมณ์..มี 7 ตน โปรดกินเถิด.” พวกพราหมณ์รับแล้วไปที่บ้านจิ้งจอกขออาหารเพิ่ม สุนัขจิ้งจอกให้อาหารแก่เขาแล้วพูดว่า “พราหมณ์ .. ฉันมีเนื้อย่าง 2 ไม้ ดูด 1 อัน นมส้ม 1 หม้อ โปรดกิน” พระพรหมพาไปบ้านลิงและขออาหารตามปกติ ลิงให้อาหารเขาแล้วพูดว่า “พราหมณ์..มะม่วงสุก น้ำเย็น ไม่มีร่มเงา ให้กินพักผ่อนก่อน”

พราหมณ์รับแล้วไปขออาหารแทนกระต่ายตามปกติ กระต่ายมีความสุขและพูดว่า “พราหมณ์… โปรดจุดไฟเถิด เราไม่มีอะไรจะให้ นอกจากเนื้อของเราแล้ว ฉันขอเชิญคุณมากินฉันด้วย” และกล่าวด้วยมนต์ว่า

“กระต่ายไม่มีเมล็ดงา ไม่มีถั่ว ไม่มีข้าว กินมันซะ เราปรุงด้วยไฟนี้และทำสมาธิในป่า”

สักกะจึงจุดไฟและบอกกระต่ายสามครั้งว่ากระต่ายลุกขึ้นจากหญ้าแล้ว เขย่าสัตว์อื่น ๆ ชื่นชมยินดีและอย่ากลัวที่จะตาย กระโดดลงไปในกองไฟ แต่เขาสงสัยว่าทำไมไฟถึงเย็นจัง พระองค์จึงตรัสถามพราหมณ์ว่า สักกะในรูปพราหมณ์ว่า “ยินดีด้วย ข้าพเจ้าไม่ใช่พราหมณ์ พวกเราสักกะมาเพื่อทดสอบคำสอนของท่านเท่านั้น”

กระต่ายพูด “นายท้าวสักกะ เจ้าอยากลองข้าดูไหม? และโลกรู้ได้อย่างไรว่าฉันหวังว่าชีวิตของฉันคือเพื่อการกุศล” สักกะตอบ “บุญของการให้ชีวิตเป็นของขวัญจะคงอยู่ตลอดไป” และเขียนกระต่ายบนดวงจันทร์เป็นสัญลักษณ์ให้โลกเห็นนับแต่นั้นเป็นต้นมาก็หายสาบสูญไปในแดนสวรรค์ สัตว์ร้ายทั้งสี่ได้รักษาคำสอนไว้จนตาย

นิทานชาดกเรื่องนี้สอนเราว่า

การรักษาคำสอนเป็นสิ่งจำเป็นต่อชีวิตมนุษย์และสัตว์ เพราะเทวดามีคุณธรรมคุ้มครอง


ข้อมูลมากกว่านี้

นิทานชาดก : กระต่ายผู้สละชีวิต

ภาพประกอบโดย vecteezy.com
กระต่ายเสียสละ
สมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่วัดเชตวัน ในเมืองสาวัตถี ทรงเทศนาเรื่องเครื่องบูชาของพ่อค้าในท้องที่
กาลครั้งหนึ่ง พระโพธิสัตว์เกิดเป็นกระต่ายและอาศัยอยู่ในป่าที่ล้อมรอบด้วยหุบเขาและแม่น้ำ มีสหายสัตว์อยู่ 3 ตัว: ลิง จิ้งจอก และนาก สัตว์ทั้ง 4 ตัวเป็นสัตว์ที่มีศีลธรรม ทุกเย็นพวกเขาจะพบและฟังคำเทศนาของกระต่าย
วันหนึ่งกระต่ายมองดูดวงจันทร์โดยรู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นวันเข้าพรรษา และเทศน์ว่า “พรุ่งนี้เรามาร่วมกันรักษาศีล บิณฑบาต เพราะมีบุญมากมาย เลยเตรียมอาหารมาแบ่งให้ขอทาน” สัตว์ร้ายทั้งสามยอมรับคำพูดของพวกเขาและกลับไปยังที่ของตน
เช้าวันรุ่งขึ้น นายพรานจับปลาคาร์พได้เจ็ดตัว ฝังไว้ในทราย และข้ามใต้น้ำต่อไป นากหาอาหารได้ดมกลิ่นปลาแล้วร้องสามครั้งโดยรู้ว่าไม่มีเจ้าของแล้วจึงนำปลาทั้งเจ็ดตัวไปยังที่ของมัน ง่วงนอน
ส่วนพวกลิงเข้าป่า ไปเอามะม่วงแล้ว กลับภูมิลำเนา ส่วนกระต่ายที่รักษาศีลที่บ้าน ไม่ได้ออกไปหาอาหารให้กิน คิดจะสละชีวิตเพื่อกิน “ถ้ามีคนขออาหาร งากับข้าวของเราก็ไม่มี แล้วเราจะให้เนื้อของเราแก่เขา” ครั้นคิดแล้วก็นอนรักษาศีล
ด้วยพลังแห่งศีลระลึกของกระต่าย บัลลังก์แห่งเท้าของพ่อมดจึงพองโต นางจึงลงมาเพื่อพิสูจน์คุณธรรมของสัตว์ทั้งสี่โดยแปลงร่างเป็นพราหมณ์ไปอยู่เรือนนากก่อน ขออาหารกับนาก นากจึงพูดว่า “พราหมณ์..มี 7 ตัว. โปรดกินพวกเขา” พราหมณ์รับไว้ แล้วไปอยู่ถิ่นจิ้งจอก ขออาหารเพิ่ม จิ้งจอกให้อาหารแล้วพูดว่า “พราหมณ์.. ฉันมีเนื้อย่าง 2 ไม้ ดูด 1 อัน นมส้ม 1 หม้อ โปรดกิน” พราหมณ์ก็รับไปที่บ้านลิงขออาหารตามปกติ ลิงให้อาหารเขาแล้วพูดว่า “พราหมณ์..มะม่วงสุก น้ำเย็น ไม่ร่ม ให้กินพักผ่อนก่อน”
พราหมณ์รับไว้ แล้วไปขออาหารในที่ของกระต่ายตามปกติ กระต่ายดีใจและพูดว่า “พราหมณ์… โปรดจุดไฟ เราไม่มีอะไรจะให้คุณ นอกจากเนื้อของเราแล้ว ข้าพเจ้าขอเชิญท่านมากินเรา” แล้วกล่าวด้วยคาถาว่า
“กระต่ายไม่มีงา ไม่มีถั่ว ไม่มีข้าว เจ้าจงกินเถิด เราผู้ปรุงด้วยไฟนี้ และเจริญสมาธิอยู่ในป่า”
สักกะจึงตั้งกองไฟและบอกกระต่ายสามครั้งว่ากระต่ายลุกขึ้นจากหญ้า สะบัดสัตว์อื่นๆ ออกไป ชื่นชมยินดีและไม่กลัวตาย กระโดดเข้ากองไฟ แต่เขาแปลกใจว่าทำไมไฟถึงเย็นนัก จึงถามพราหมณ์ว่า สักกะในรูปของพราหมณ์กล่าวว่า “ยินดี ข้าพเจ้าไม่ใช่พราหมณ์ พวกเราท้าวสักกะมาเพื่อทดสอบศีลของท่านเท่านั้น”
กระต่ายพูดว่า “นายท้าวสักกะ เจ้าหวังเพียงจะลองข้าหรือ แล้วโลกจะรู้ได้อย่างไรว่าข้าปรารถนาให้ชีวิตข้าได้บิณฑบาต?” สักกะตอบว่า “บุญสละชีวิตเป็นของขวัญครั้งนี้จะคงอยู่ตลอดไป” แล้วเขียนกระต่ายบนดวงจันทร์เป็นสัญลักษณ์ให้โลกเห็นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แล้วก็หายวับกลับสู่โลกเทพ สัตว์ทั้ง 4 รักษาศีลไปจนตาย
นิทานชาดกเรื่องนี้สอนเราว่า
การรักษาศีลเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทั้งชีวิตมนุษย์และสัตว์ เพราะเทวดามีคุณธรรมคุ้มครอง

#นทานชาดก #กระตายผสละชวต


#นทานชาดก #กระตายผสละชวต

Cẩm Nang Tiếng Anh

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai. Các trường bắt buộc được đánh dấu *

Back to top button