เด็ก

นิทานชาดก : ตระกูลที่ไม่ตายวัยหนุ่ม

ภาพประกอบโดย vecteezy.com

ครอบครัวที่ไม่เคยตายตั้งแต่ยังเป็นเด็ก

เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าอยู่ที่วัดนิฆวาราม เมืองกบิลพัสดุ์ที่ขอร้องให้พ่อไม่ไว้วางใจ Kisah Mastok ครั้งหนึ่งเคยเล่าให้ฟังว่า …

กาลครั้งหนึ่งมีพระโพธิสัตว์เกิดในตระกูลพราหมณ์ ถือศีลสิบ หนึ่งในเมืองพาราณสีเรียกว่าธรรมบานในครอบครัวของเขา รวมทั้งทาสและทาสซึ่งให้บิณฑบาตแก่ศีลอุโบสถเสมอ

เมื่อธรรมบาลโตมาเรียนศิลปะที่โกตาทักศิลา ได้เป็นหัวหน้าหมู่ 500 มโนป์ที่เรียนด้วยกัน วันหนึ่งลูกชายคนโตของครูเสียชีวิต ครู ญาติและนักเรียนคนอื่นๆ ก็เสียชีวิตเช่นกัน คร่ำครวญในความเศร้าโศก มีธรรมศาลาเพียงแห่งเดียวเท่านั้นที่ไม่ร้องไห้ เมื่อกลับมาจากสุสาน เหล่าสาวกก็รวมตัวกัน พวกเขานั่งลงและพูดว่า “น่าเสียดายที่ลูกชายของครูนั้นสุภาพ คุณต้องตายเมื่อคุณยังเด็ก”

ธรรมบาลถาม “เพื่อน..ทำไมคนถึงตายตั้งแต่ยังเด็ก? คนหนุ่มสาวไม่ควรตายใช่ไหม” เพื่อนตอบว่า “ธรรมะ..ไม่รู้จักความตาย?”ธรรมบัน: “เรารู้ แต่ไม่เคยเห็นใครตายตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ฉันเห็นแต่พ่อแม่ของฉันตาย”เพื่อน: “ทุกสิ่งไม่เที่ยงหรือ?”ธรรมบัน: “คนเท่านั้นที่ตายในวัยชรา ไม่มีความตายตั้งแต่อายุยังน้อย”เพื่อน: “นั่นเป็นประเพณีของครอบครัวคุณเหรอ?”ธรรมบัน: “ใช่.”

เพื่อนนำบทสนทนามาให้ครู ครูต้องการพิสูจน์ความจริง จึงฝากพระธรรมสั่งสอนลูกศิษย์แทน ข้าพเจ้าเองจะปฏิบัติงานตามเมืองต่าง ๆ และสั่งสอนพระธรรม จากนั้นนำกระดูกแพะมาล้างด้วยน้ำสะอาดแล้วใส่ถุงให้คนใช้หาม เมื่อไปถึงบ้านของธรรมบาลแล้ว ได้ไปคุยกับบิดาของธรรมบาลว่า “พราหมณ์ ลูกของท่านฉลาดมาก น่าเสียดายที่เขาเสียชีวิตด้วยอาการป่วย อย่าเศร้าไปเลย”

พระพรหมได้ฟังแล้วหัวเราะดังลั่น เมื่อครูถามว่า “พราหมณ์ หัวเราะทำไม” เขาตอบว่า “ท่านอาจารย์ ลูกข้าพเจ้ายังไม่ตาย คนตายเป็นคนอื่น” เมื่อครูเอากระดูกออกเพื่อยืนยัน เขาตอบว่า “อาจารย์… ต้องเป็นกระดูกสัตว์หรือกระดูกของคนอื่น ลูกชายของฉันยังไม่ตายเพราะในเผ่าของเราเจ็ดชั่วอายุคนไม่เคยตายในวัยหนุ่ม” ทุกคนในครอบครัวหัวเราะ ปาฏิหาริย์หลายอย่างทำงานให้กับครู

อาจารย์จึงถามต่อไปเพื่อขจัดข้อสงสัย “พราหมณ์ตระกูลเธอ ทำไมจึงไม่มีชายหนุ่มตาย” พราหมณ์จึงอธิบายเหตุผลที่ชายหนุ่มในครอบครัวไม่ตาย “เราปฏิบัติธรรม ไม่มุสา อยู่ให้ห่างจากความชั่ว ได้ฟังธรรมของผู้ศรัทธาละทิ้งธรรมะชั่วเสียก่อนที่เราจะบิณฑบาตของเรา

ถ้ารับได้จะไม่มีปัญหาภายหลัง เราเลี้ยงพระ คนเร่ร่อน คนเร่ร่อน คนยากจน และคนขัดสน เราไม่หลอกลวงสามีของเรา ยกเว้นการฆ่า อย่าขโมยทรัพย์สินของผู้อื่น ลูก แม่ พ่อ พี่น้อง สามี ภรรยา ทาส และทาส ล้วนปฏิบัติธรรมเพื่อประโยชน์ของโลกหน้า เพราะการปฏิบัตินี้จึงทำให้เยาวชนของเราไม่ตาย” และกล่าวในเพลง

“ธรรมย่อมคุ้มครองผู้ปฏิบัติธรรม ธรรมที่ทำดีย่อมเป็นสุข ซึ่งเป็นธรรมชาติของกิริยาดี ผู้ปฏิบัติธรรมย่อมไม่หลงทาง”

และกล่าวต่อไปว่า “ธรรมย่อมคุ้มครองผู้ปฏิบัติธรรมเหมือนร่มใหญ่ในฤดูฝน พระธรรมบุตรของเราได้รับการคุ้มครอง กระดูกที่คุณพกติดตัวคือกระดูกของสัตว์อื่นๆ ลูกของเรายังคงมีความสุข”

ครั้นฟังแล้ว พระศาสดาได้ทูลขออโหสิกรรมจากพราหมณ์ แล้วตรัสว่า “พราหมณ์ ข้าพเจ้าเสียใจ. นี่คือกระดูกแพะที่ฉันนำมาเพื่อทดสอบหัวใจของคุณ ลูกชายของคุณสบายดี” แล้วท่านพักอยู่ที่นั่นสองสามวันแล้วกลับมายังเมืองตักศิลา ขอให้ธรรมบาลเรียนศิลปะให้จบและส่งกลับบ้าน

สิ่งนี้สอนว่า

ธรรมย่อมคุ้มครองผู้ปฏิบัติธรรม ผู้ที่ต้องการสร้างครอบครัวที่มั่นคงควรเลียนแบบ


ข้อมูลมากกว่านี้

นิทานชาดก : ตระกูลที่ไม่ตายวัยหนุ่ม

ภาพประกอบโดย vecteezy.com
ครอบครัวที่ไม่เคยตายตั้งแต่ยังเด็ก
ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่วัดนิโกรธาราม เมืองกบิลพัสดุ์ที่ขอทานความไม่เชื่อของพ่อ ได้เล่านิทานของมัสทอกในอดีตว่า …
กาลครั้งหนึ่ง พระโพธิสัตว์เกิดในตระกูลพราหมณ์ ถือศีล 10 ตระกูล หนึ่งในเมืองพาราณสีเรียกว่าธรรมบาลในครอบครัวของเขา รวมทั้งทาส คนใช้ ซึ่งให้บิณฑบาตรักษาศีลของพระอุโบสถอย่างสม่ำเสมอ
เมื่อธรรมบาลโตมาเรียนศิลปะที่เมืองตักศิลา กลายเป็นหัวหน้า 500 มานพที่เรียนด้วยกัน วันหนึ่งลูกชายคนโตของครูเสียชีวิต ครู ญาติพี่น้อง และนักเรียนคนอื่นๆ การร้องไห้คร่ำครวญในความเศร้าโศก มีธรรมบาลเดียวเท่านั้นที่ไม่ร้องไห้ กลับจากสุสาน เหล่าสาวกรวมตัวกัน พวกเขานั่งคุยกันว่า “น่าเสียดาย ลูกชายของครูผู้มีมารยาทดี คุณต้องตายเมื่อคุณยังเด็ก”
ธรรมบาลถามว่า “เพื่อน..ทำไมคนถึงตายตั้งแต่ยังเด็ก? คนหนุ่มสาวไม่ควรตายใช่ไหม” เพื่อนตอบว่า “ธรรมบาน..เจ้าไม่รู้จักความตายหรือ?”ธรรมบัน : “เรารู้ แต่ไม่เคยเห็นใครตายตั้งแต่ยังเด็ก ฉันเห็นแต่คนแก่ตายเท่านั้น”เพื่อน : “สรรพสิ่งล้วนไม่เที่ยงแท้จริงหรือ”ธรรมบัน : “คนเท่านั้นที่ตายในวัยชรา ตายตั้งแต่อายุยังน้อยไม่มี”เพื่อน : “มันเป็นประเพณีของครอบครัวคุณเหรอ?”ธรรมบัน : “ใช่.”
เพื่อนนำบทสนทนามาเล่าให้ครูฟัง ครูต้องการพิสูจน์ความจริง เลยให้ธรรมะไปสั่งสอนสาวกแทน ข้าพเจ้าเองจะเดินทางไปทำธุระตามเมืองต่าง ๆ และสั่งสอนพระธรรม แล้วนำกระดูกแพะตัวหนึ่งไปล้างด้วยน้ำดีแล้วใส่ถุงให้คนใช้ขนไปด้วย ครั้นถึงบ้านธรรมบรรพ์ก็ไปคุยกับบิดาของธรรมบาลว่า “พราหมณ์ ลูกของท่านฉลาดมาก น่าเสียดายที่เขาเสียชีวิตด้วยโรคภัยไข้เจ็บ ได้โปรดอย่าเศร้าไปเลย”
พราหมณ์ฟังแล้วปรบมือหัวเราะดังลั่น เมื่อครูถาม “พราหมณ์..หัวเราะทำไม?” เขาตอบว่า “ท่านอาจารย์ ลูกข้าพเจ้ายังไม่ตาย ที่เสียชีวิตเป็นคนอื่น” เมื่อครูเอากระดูกออกมายืนยันก็ยังตอบว่า “อาจารย์… ต้องเป็นกระดูกสัตว์หรือกระดูกของคนอื่น ลูกของฉันยังไม่ตาย เพราะในตระกูลของเราเจ็ดชั่วอายุคนไม่เคยตายในวัยหนุ่มของเขา” ทุกคนในครอบครัวหัวเราะเยาะ สร้างความอัศจรรย์ให้กับอาจารย์เป็นอย่างมาก
อาจารย์จึงถามต่อไปเพื่อคลายความสงสัย “พราหมณ์แห่งตระกูลของท่าน ไฉนจึงไม่มีชายหนุ่มตาย?” พราหมณ์จึงอธิบายเหตุของชายหนุ่มในตระกูลว่าไม่มีใครตาย “เราปฏิบัติธรรม ไม่มุสา ละเว้นความชั่ว ฟังธรรมของผู้ศรัทธา ละธรรมะชั่วก่อนบิณฑบาต เราก็มีเจตนาดี
เมื่อได้รับจะไม่มีปัญหาในภายหลัง เราเลี้ยงพระสงฆ์ คนเร่ร่อน คนเร่ร่อน คนยากไร้ และคนขัดสน เราไม่นอกใจสามี เว้นจากการฆ่าสัตว์ ไม่ขโมยทรัพย์สินของผู้อื่น ไม่ดื่มของมึนเมา ลูก แม่ พ่อ พี่ น้อง สามี ภรรยา ทาส และคนใช้ ล้วนปฏิบัติธรรมเพื่อประโยชน์ของโลกหน้า เพราะการปฏิบัติธรรมนี้ เยาวชนของเราจึงไม่ตาย” แล้วกล่าวเป็นบทสวด

“ธรรมย่อมคุ้มครองผู้ปฏิบัติธรรม ธรรมะที่บุคคลทำดีแล้วจะนำมาซึ่งความสุข อันเป็นอานิสงส์ของการประพฤติดี ผู้ปฏิบัติธรรมย่อมไม่หลงทาง”

และกล่าวต่อไปว่า “ธรรมย่อมคุ้มครองผู้ปฏิบัติธรรมเหมือนร่มใหญ่ในฤดูฝน ธรรมบรรณบุตรของเราได้รับความคุ้มครอง กระดูกที่คุณนำมาเป็นกระดูกของสัตว์อื่นๆ ลูกของเรายังคงมีความสุข”
พระศาสดาได้ฟังแล้วทูลขอความอภัยจากพราหมณ์แล้วกล่าวว่า “พราหมณ์ ข้าพเจ้าขอโทษท่าน นี่คือกระดูกแพะ ฉันนำมันมาเพื่อทดสอบหัวใจของคุณ ลูกชายของคุณสบายดี” แล้วทรงประทับอยู่ที่นั่นสองสามวันแล้วเสด็จกลับมายังเมืองตักศิลา ให้ธรรมบาลเรียนจบศิลปกรรมแล้วส่งกลับบ้าน
เรื่องนี้สอนว่า
ธรรมย่อมคุ้มครองผู้ปฏิบัติธรรม ผู้ที่ต้องการสร้างครอบครัวที่มั่นคงควรทำตามตัวอย่าง

#นทานชาดก #ตระกลทไมตายวยหนม


#นทานชาดก #ตระกลทไมตายวยหนม

Cẩm Nang Tiếng Anh

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai. Các trường bắt buộc được đánh dấu *

Back to top button