Feature

The Town with No Name ตำนานเกมคาวบอยทุนต่ำ กระทั่งผู้พัฒนาอยากลืมมัน

“Red Dead at Home” เป็นชื่อเล่นของ The Town with No Name ซึ่งเป็นเกมคาวบอยราคาประหยัด ที่แม้แต่ทีมพัฒนาเกมก็ยังอยากจะลืมมันไปจากความทรงจำ บทความนี้จะแนะนำคุณให้รู้จักกับหนึ่งในตำนานเกมผจญภัยที่แย่ที่สุดจนถึงทุกวันนี้

ทำความรู้จักกับ The Town with No Name เกมคาวบอยราคาประหยัดที่แท้จริง

The Town with No Name เป็นเกมแนวคาวบอย ผลิตโดยทีมพัฒนาของอังกฤษ Delta 4 และจัดจำหน่ายโดย On-Line Entertainment เกมนี้เปิดตัวครั้งแรกในปี 1992 สำหรับระบบ Commodore CDTV และ MS-DOS ในปี 1993

เกมนี้เป็นที่รู้จักในฐานะหนึ่งใน “เกมที่แย่ที่สุดตลอดกาล” เนื่องจากล้มเหลวในด้านการเล่นเกม กราฟิก การนำเสนอ และประสิทธิภาพ หรือจะบอกว่าเป็นเกมที่หายากกว่าข้อเสีย อย่างไรก็ตาม เกมดังกล่าวเริ่มมีการพูดถึงกันอีกครั้งหลังจาก AVGN และผู้ใช้ YouTube หลายคนตรวจสอบเกมนี้ และตอนนี้ก็กลายเป็นเกม Cult Classic สุดโปรด เพราะมันเป็นเกมที่แย่

เกมที่นำเสนอข้อเสียมากมายในแต่ละด้าน

ในเกม ผู้เล่นจะสวมบทบาทเป็นคาวบอยนิรนามชื่อ “ชายไร้ชื่อ” ซึ่งมาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ไกลจากความเจริญแต่เดินไม่กี่ก้าวก็โดนมือปืนตีจนเกมเมอร์ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการยิงป้องกันตัวและเปิดศึกกับโจรที่ร้ายกาจที่สุด แก๊งโฮลอินเดอะเฮดโดยไม่ได้ตั้งใจ

เมืองที่ไม่มีชื่อเป็นเกมแบบชี้แล้วคลิก คล้ายกับชื่อของ Telltale Games เช่น The Walking Dead และ The Wolf Among Us ยกเว้นว่าเกมนี้แทบจะไม่มีบทวิจารณ์ที่มีคุณภาพเลย

ตั้งแต่เปิดเกมครั้งแรก เกมเมอร์จะรู้สึกได้ทันทีว่า The Town with No Name เป็นเกมทุนต่ำที่กล้าพูดว่าสร้างด้วยสไตล์ “ไปกันเถอะ” ผลงานเกมที่แย่ที่สุดของ Delta 4 อย่างไม่ต้องสงสัย

คุณภาพกราฟิก การวาดตัวละคร และแอนิเมชั่นโดยรวมของ The Town with No Name ดูเหมือนจะถูกสร้างขึ้นโดยใช้ Microsoft Paint และโมเดลราวบันไดแบบต่างๆ ก็เหมือนกับการวางรูปหลายเหลี่ยมลงบนพื้น ซึ่งส่งผลให้ได้ ทำให้เกมนี้เป็นหนึ่งในเกมกราฟิกที่แย่ที่สุดตลอดกาล

เนื่องจากขาดงบประมาณสำหรับเกม Delta 4 (ด้วยเหตุผลบางอย่าง) ทำให้ทีมงานไม่สามารถจ้างนักพากย์ได้ พนักงานจึงต้องออกเสียงตัวละครเอง เพราะพวกเขาไม่มีประสบการณ์ในการเปล่งเสียงตัวละคร รวมถึงการขาดอุปกรณ์หลายอย่าง และการขาดความทุ่มเทในการแสดงเสียงทำให้ The Town with No Name เป็นหนึ่งในเกมพากย์เสียงที่แย่ที่สุด

ในทางกลับกัน โครงเรื่องของ The Town with No Name ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่สนใจ มันมีการเล่าเรื่องที่เล่นโวหารและเรื่องตลกแห้ง ในขณะที่เกมพยายามที่จะรวมเนื้อหาวัฒนธรรมป๊อปที่อิงจากภาพยนตร์คาวบอยคลาสสิกเช่น The Good, the Bad และ Ugly แต่ก็ไม่สามารถช่วยถือคุณภาพของโครงเรื่องได้ ดี

ระบบเกม ถึงแม้ทีมงานจะพยายามทำให้เกม “Diversity” ด้วยการเพิ่มมินิเกมหลายๆ เกม นอกจากจะกด Point-and-Click เพียงอย่างเดียว แต่เนื่องจากลักษณะของเกมประเภทที่ต้องกดปุ่ม เพื่อดำเนินเรื่องต่อจึงไม่ใช่เกมที่ทุกคนจะชอบ

นอกจากนี้ อาจเป็นเพราะการตอบสนองที่ไม่ดีของเกม The Town with No Name จึงเปิดตัวในสหราชอาณาจักรเท่านั้น และแฮ็กเกอร์ที่ดีบางคนก็พบว่าเกมนี้ยังมี “ทรัพยากร” จำนวนมากที่ไม่ได้ใช้งาน ในเวอร์ชันเต็มของเกม เช่น ตัวละครแก๊งอื่นๆ การแก้ไขปริศนา และบทสนทนาหลายประโยค หรือมันหมายความว่าเกมยังมีศักยภาพที่ดีกว่า?

อย่างไรก็ตาม คุณภาพของเกมโดยรวมนั้นอ่อนไหวต่อความเสียเปรียบมากกว่าข้อดี ทำให้เมืองที่ไม่มีชื่อเป็น “เกมที่แย่ที่สุดตลอดกาล” อย่างไม่ต้องสงสัย และเป็นเกมที่ถูกตราหน้าว่ามีส่วนทำให้ Delta 4 ถูกปิดตัวลงหลังจากการเปิดตัวเกมอย่างเป็นทางการ

เพราะความชั่วมันจะกลายเป็นเกมที่ดี

ปฏิเสธไม่ได้ว่า The Town with No Name นั้นห่างไกลจากคำว่า “เกมดี” และแน่นอนว่าแค่พูดว่าเป็น “เกมธรรมดา” ก็เป็นการดูถูกเกินไป แต่เพราะว่าเกมนี้แย่ขนาดไหน The Town with No Name จึงเป็นเกมที่ดี ที่มอบความสนุกให้กับเกมเมอร์ทุกท่าน

กับมุขตลกสุดฮา กราฟิคแย่ที่สุด เนื้อเรื่องไม่สะทกสะท้าน และพยายามเพิ่มเนื้อหา Pop Culture และลูกเล่นบางอย่างเพื่อทำให้เกมน่าสนใจยิ่งขึ้น The Town with No Name นำเสนอประสบการณ์การเล่นเกมที่ไม่เหมือนใคร

ที่สำคัญที่สุด เรื่องตลกบางเรื่องใน The Town with No Name สามารถทำให้ผู้เล่นหัวเราะได้จริงๆ โดยเฉพาะฉาก “Give me a drink, Bartender” ที่คนดื่มเบียร์ไม่ทัน แก้วเบียร์ตกลงมาจากโต๊ะ แล้วมีเสียง “พรวดพราด” เสียงดังจนแก้วหู ขณะที่ผู้เล่นยังคงจ้องหน้าบาร์เทนเดอร์ เหมือนอยู่ในโปรแกรมค้าง Error 404

แม้ว่า The Town with No Name จะกลายเป็นลัทธิคลาสสิกของ Delta 4 ที่หลายคนเกลียดในอดีต แต่ตอนนี้กลายเป็นเกมที่ผู้คนพูดถึงและให้ความสนใจ ไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสตรีมเกมนี้ ที่ยังอาจมองว่าเป็น “เกมตราบาป” ที่อยากลืม

Fergus McNeill ผู้กำกับและนักสร้างแอนิเมชั่นเรื่อง The Town with No Name กำลังทำงานเป็นนักเขียนเกมอินดี้ และผู้เขียนนวนิยายอาชญากรรม-ระทึกขวัญร่วมสมัยเคยกล่าวไว้สั้น ๆ ว่าเขา “เกลียด” เกมมาก

Fergus McNeill ผู้กำกับ The Town with No Name

รวมถึงทีม Delta 4 และผู้จัดจำหน่าย On-Line Entertainment เมืองที่ไม่มีชื่อไม่เคยถูกรวมอยู่ในประวัติศาสตร์ของเกมที่เคยมีการเปิดตัว ซึ่งแค่นี้ผมเดาได้ว่าทีมไม่ภูมิใจกับเกมนี้เลย

แหล่งที่มา: เกมเส็งเคร็ง

แท็ก: เมืองที่ไม่มีชื่อ


ข้อมูลมากกว่านี้

The Town with No Name ตำนานเกมคาวบอยทุนต่ำ กระทั่งผู้พัฒนาอยากลืมมัน

“Red Dead at Home” นี่คือฉายาหยอกล้อของ The Town with No Name เกมคาวบอยทุนต่ำ ที่แม้กระทั่งทีมพัฒนาเกมอยากลืมเลือนมันออกจากความทรงจำ โดยบทความนี้จะเป็นการทำความรู้จักกับหนึ่งในเกมผจญภัยยอดแย่จนเป็นตำนานถึงทุกวันนี้
รู้จัก The Town with No Name เกมคาวบอยทุนต่ำที่แท้ทรู

The Town with No Name คือเกมธีมคาวบอย โดยทีมพัฒนาเกมสัญชาติอังกฤษ Delta 4 และมีตัวแทนจำหน่ายโดย On-Line Entertainment ซึ่งเกมนี้วางจำหน่ายครั้งแรกเมื่อปี 1992 ให้กับระบบ Commodore CDTV และ MS-DOS ในปี 1993
เกมนี้เป็นที่รู้จักในฐานะหนึ่งใน “เกมยอดแย่ตลอดกาล” เพราะมีคุณภาพสอบตกทั้งด้านเกมเพลย์ กราฟิก การนำเสนอ และประสิทธิภาพ หรือจะบอกว่าเป็นเกมที่หาข้อดีได้ยากกว่าข้อเสียก็ว่าได้ แต่อย่างไรก็ตาม เกมดังกล่าวเริ่มถูกเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง หลังจาก AVGN และ YouTuber หลายคน ได้ทำการรีวิวเกมดังกล่าว จนตอนนี้ มันกลายเป็น Cult Classic ที่หลายคนชื่นชอบ เพราะเป็นเกมแย่
เกมที่นำเสนอข้อเสียหลายข้อแบบซึ่ง ๆ หน้า

ในเกมนี้ผู้เล่นรับบทเป็นคาวบอยนิรนามคนหนึ่งนามว่า “The Man with No Name” ที่เดินทางมาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งห่างไกลจากความเจริญรุ่งเรือง แต่ทว่าเพิ่งเดินเพียงไม่กี่ก้าว ก็โดนเหล่ามือปืนหาเรื่อง จนเกมเมอร์ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องยิงป้องกันตัวเอง แล้วเปิดศึกกับกลุ่มโจรสุดโฉด Hole-in-the-Head Gang โดยไม่ได้ตั้งใจ
The Town with No Name คือเกม Point-and-Click คล้ายเกมของค่าย Telltale Games ตัวอย่างเช่น The Walking Dead และ The Wolf Among Us ยกเว้นแต่เกมนี้แทบไม่มีการตรวจสอบคุณภาพใด ๆ เลยทั้งสิ้น
จากการเปิดเกมครั้งแรก เกมเมอร์จะรู้สึกทันทีว่า The Town with No Name คือเกมทุนต่ำ ที่กล้าพูดได้เลยว่าถูกสร้างขึ้นมาแบบ “ขอไปที” และหากอ้างอิงจากรายชื่อผลงานเกมที่ผ่านมาของค่าย Delta 4 ทั้งหมด นี่คือผลงานเกมที่แย่ที่สุดของ Delta 4 อย่างไม่ต้องสงสัย

คุณภาพกราฟิก การวาดตัวละคร และแอนิเมชันโดยรวมของ The Town with No Name เหมือนถูกสร้างขึ้นโดยใช้โปรแกรม Microsoft Paint รวมถึงโมเดลตึกราวบ้านช่องต่าง ๆ เหมือนแค่แปะก้อนโพลิกอนกับพื้นเฉย ๆ ซึ่งส่งผลลัพธ์ออกมา ทำให้เกมนี้เป็นหนึ่งในเกมที่มีภาพกราฟิกยอดแย่ตลอดกาล
เนื่องจาก Delta 4 ขาดงบประมาณในการสร้างเกม (ด้วยสาเหตุบางอย่าง) เหล่าทีมงานจึงไม่สามารถจ้างนักพากย์เสียงได้ พนักงานจึงจำเป็นต้องพากย์เสียงตัวละครด้วยตัวเอง เนื่องจากพวกเขาไม่เคยมีประสบการณ์ในการให้เสียงคาแรคเตอร์ รวมถึงขาดอุปกรณ์หลายอย่าง และไม่มีความทุ่มเทกับงานพากย์ ส่งผลให้ The Town with No Name ก็เป็นหนึ่งในเกมที่มีเสียงพากย์ยอดแย่ไปด้วย
ซ้ำร้าย เนื้อเรื่อง The Town with No Name ก็โดนวิจารณ์แบบสับเละว่าขาดความน่าสนใจ มีการเล่าเรื่องแบบงง ๆ และมีมุกตลกฝืด ๆ แห้ง ๆ แม้ตัวเกมพยายามใส่เนื้อหา Pop Culture ที่อ้างอิงจากหนังคาวบอยคลาสสิกหลายเรื่อง เช่น The Good, the Bad and the Ugly แต่ก็ไม่สามารถช่วยแบกคุณภาพเนื้อเรื่องได้อยู่ดี

ส่วนระบบเกมการเล่น แม้ทีมงานมีความพยายามอยากให้เกม “มีความหลากหลาย” ด้วยการเพิ่มมินิเกมหลายอย่าง นอกเหนือจากการกด Point-and-Click เพียงอย่างเดียว แต่เนื่องจากเป็นธรรมชาติของเกมแนวดังกล่าวที่ต้องกดปุ่ม เพื่อดำเนินเนื้อเรื่องอยู่แล้ว จึงไม่ใช่แนวเกมที่ทุกคนจะชื่นชอบ
นอกจากนี้ อาจเป็นเพราะตัวเกมมีกระแสตอบรับยอดแย่ The Town with No Name จึงวางจำหน่ายเฉพาะในประเทศอังกฤษเท่านั้น รวมถึง Hacker มือดีบางคน ค้นพบว่าเกมดังกล่าวยังมี “ทรัพยากร” อีกมากมาย ที่ไม่ถูกใช้ในเกมเวอร์ชันเต็ม เช่น ตัวละครแก็งอื่น ๆ, การแก้ไข Puzzle และบทสนทนาหลายประโยค หรือหมายความว่าตัวเกมยังมีศักยภาพที่ดีกว่านี้ได้
อย่างไรก็ตาม คุณภาพเกมโดยรวมที่หาข้อเสียได้ง่ายกว่าข้อดี ทำให้ The Town with No Name ขึ้นแท่นเป็น “เกมยอดแย่ตลอดกาล” อย่างไม่ต้องสงสัย และเป็นเกมตราบาปที่มีส่วนให้ Delta 4 ต้องปิดตัวลง หลังจากเกมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
เพราะความแย่ จึงกลายเป็นเกมดี

ไม่ปฏิเสธว่า The Town with No Name ยังห่างไกลจากคำว่า “เกมดี” อยู่หลายขุม และแน่นอน แค่บอกว่าเป็น “เกมธรรมดา ๆ” ก็ยังถือว่าเป็นการสบประมาทมากเกินไป แต่เพราะความแย่ของเกมนั่นแหละ ทำให้ The Town with No Name จึงกลายเป็นเกมดี ที่มอบความสนุกสนานให้กับเกมเมอร์ทุกคน
ด้วยมุกตลกสุดฝืด ภาพกราฟิกที่แย่สุด ๆ เนื้อเรื่องก็เล่าแบบมึนงงปะติดปะต่อไม่ได้ และมีความพยายามใส่เนื้อหา Pop Culture กับลูกเล่นเล็กน้อยให้ตัวเกมน่าสนใจมากขึ้น The Town with No Name จึงมอบประสบการณ์การเล่นเกมที่แปลกประหลาดไม่ซ้ำใคร
ที่สำคัญที่สุด บางมุกตลกใน The Town with No Name สามารถสร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้เล่นได้จริง ๆ โดยเฉพาะฉาก “Give me a drink, Bartender” ที่ผู้หากกดคว้าแก้วเบียร์ไม่ทัน แก้วเบียร์ตกจากโต๊ะ แล้วเกิดเอฟเฟกต์เสียงดัง “เพล้ง” จนแสบแก้วหู ในขณะที่ตัวผู้เล่นยังคงจ้องหน้าบาร์เทนเดอร์ เหมือนกำลังอยู่สภาพโปรแกรมค้าง Error 404

ถึงแม้ The Town with No Name กลายเป็นผลงานเกม Cult Classic ของ Delta 4 ที่หลายคนเคยเกลียดในอดีต แต่ปัจจุบัน มันกลายเป็นเกมที่ต่างคนต่างพูดถึงและให้ความสนใจ จนถึงตอนนี้ ทางผู้พัฒนาเกมดังกล่าว ก็ยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกระแสเกมนี้ ซึ่งพวกเขาอาจจะยังมองว่าเป็น “เกมตราบาป” ที่อยากจะลืมเลือนมันให้ได้
Fergus McNeill ผู้กำกับ และหัวหน้าแอนิเมชันเกม The Town with No Name ซึ่งตอนนี้ เขายังทำอาชีพเป็นนักเขียนเกมอินดี้ และนักเขียนหนังสือนิยายแนวอาชญากรรมระทึกขวัญร่วมสมัย เคยกล่าวสั้น ๆ ว่าเขารู้สึก “เกลียด” เกมดังกล่าวเป็นอย่างมาก

Fergus McNeill ผู้กำกับ The Town with No Name
รวมถึงทีมงาน Delta 4 และตัวแทนจำหน่าย On-Line Entertainment เอง ก็ไม่เคยนำชื่อเกม The Town with No Name มารวมอยู่ในประวัติศาสตร์เกมที่เคยออกวางจำหน่ายอีกด้วย ซึ่งเพียงแค่นี้ ก็คาดเดาได้เลยว่าทีมงานไม่รู้สึกภาคภูมิใจกับเกมนี้เลยแม้แต่นิดเดียว
แหล่งที่มา: Crappy Games
Tags: The Town with No Name

#Town #ตำนานเกมคาวบอยทนตำ #กระทงผพฒนาอยากลมมน


#Town #ตำนานเกมคาวบอยทนตำ #กระทงผพฒนาอยากลมมน

Cẩm Nang Tiếng Anh

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai. Các trường bắt buộc được đánh dấu *

Back to top button